วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

“ รู้ว่ามี แม่ ที่เข้าใจ ถึงต้องหนาวกายแต่หัวใจอุ่นดี”

บนโลกนี้มีเรื่องมากมายที่หลายๆคนคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ฉันจึงขอใช้เรื่องๆนี้เป็นเรื่องมหัศจรรย์สำหรับฉันมาก
“แม่” คำที่ทุกคนเรียกผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่จำความได้ ผู้หญิงคนนี้หมั่นคอยดูแล เฝ้าเลี้ยงดูทนุถนอม  เอาใจใส่ คอยพาไปเดินเล่น คอยพาไปเที่ยว ทานข้าวด้วยกัน เป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคนที่ขึ้นชื่อว่า “ลูก”  แต่สำหรับฉันนั้น “ไม่มี” เหมือนคนอื่น ยอมรับว่าหลายๆครั้งก็มีน้อยใจบ้างที่เราไม่มี “แม่” เหมือนคนอื่น แต่เมื่อวันหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งได้เดินเข้ามาในชีวิตฉันและฉันก็ได้พบกับคำว่า “แม่” เหมือนคนอื่น แม่ช่วยมาเติมเต็มชีวิตของฉัน แม่ทำหน้าที่แม่ได้อย่างสุดความสามารถ แม่คอยเป็นกำลังใจให้ฉันเสมอ คอยช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้กับฉันมากมาย หลายๆครั้งที่ฉันหมดหนทางและไม่รู้จามองไปหาใคร แต่แม่ก็ยังนั่งอยู่เคียงข้างฉันเสมอ แม้ว่าฉันจะล้มสักกี่ครั้ง จะแพ้สักกี่หนหรือจะไม่มีแม้กำลังใจในชีวิต แต่ยามเมื่อแม่สบตาฉันทุกครั้ง ทำให้ฉันสามารถลุกขึ้นเดินต่อไปได้ แม้ว่าฉันจะไม่ใช่ลูกเก่งสำหรับแม่ หรือ ดีกว่าใครสักเท่าไหร่แต่ฉันก้อมีความรักและเคารพให้แม่เสมอ หลายครั้งที่ฉัยยังทำให้แม่เหนื่อยใจ คงไม่มีคำพูดใดๆนอกจากคำว่า “ขอโทด” และไม่ว่าจะอย่างไรเพียงแค่ฉันมีแม่อยู่ตรงนี้ ฉันก็ยังมีความหวังอยู่เสมอ และขอ “ขอบคุณ”ด้วยรักและความห่วงใยจากแม่ที่ทำให้ฉันมีวันนี้ และทำให้ฉันมีชีวิตใหม่ ซึ่งจะขอบคุณศักกี่ครั้งก็คงไม่พอกับสิ่งที่แม่ให้ฉันตลอดมา และสำหรับฉันเพียง “แค่มี” เรา เท่านี้ก็เกินพอ...
อาจจะมีพร้อมแต่ชีวิตก็ยังวุ่นวาย....ยังไม่พอดียังไม่พอใจ ไม่หนาวกายแต่หนาวใจอยู่ดี
อาจจะมีน้อยแต่ไม่ขอให้มีมากมายมีแค่พอดีมีแค่พอใจฉันต้องหนาวกายแต่หัวใจอุ่นดี
อุ่นใจแล้วแค่มีเธอกับฉันรักกันตลอดไปด้วยใจ ใจที่หวังดี  อุ่นใจแล้วหนาวเย็นสักแค่ไหน เมื่อมีรักเข้าใจจะมีอะไรอุ่นกว่านี้ อยู่ในความรักอาจจะเหมือนว่าไม่มีใคร แต่รู้ว่ามีเธอๆที่เข้าใจ ฉันต้องหนาวกายแต่หัวใจอุ่นดี  รู้ว่ามีเธอๆที่เข้าใจฉันต้องหนาวกายแต่หัวใจอุ่นดี...

คนมีรูปร่างอ้วนควรแต่งกายอย่างไร

 -สวมเสื้อผ้าที่เสริมไหล่

- ควรเป็นเสื้อผ้าเนื้อเรียบ เบาบาง


- เสื้อควรเป็นคอวี ลายคั้ง

- ผ้าสีเข้ม ช่วยให้ดูผอม

  • สาวอวบที่มีปัญหาหน้าอกหน้าใจใหญ่เกินไป ลองพรางหน้าอกให้เล็กลงด้วยเสื้อผ้าคนอ้วนสีเข้มนะจ๊ะ เพราะเสื้อผ้าที่มีสีเข้ม ยิ่งเป็นสีดำ และควรอย่างยิ่งที่จะเป็นเสื้อที่ไม่มีลวดลายอะไรมากมาย และควรจะต้องเป็นเสื้อที่รัดรูปซักนิด ใส่จับคู่กับกระโปรงสีอ่อนซักหน่อย อาจจะมีลายน้อย ๆ พอดูน่ารัก การแต่งตัวในรูปแบบนี้จะช่วยพรางให้หน้าอกดูเล็กลงจ้า

  • สาวไซส์ใหญ่ที่มีปัญหาต้นแขน อาจเลือกเสื้อผ้าคนอ้วนโดยดูความยาวแขนประกอบ โดยสาวๆ ที่มีปัญหาต้นแขนใหญ่มากๆ อันนี้เสื้อแขน 3 ส่วนช่วยคุณได้จ๊ะ เสื้อแขน 3 ส่วน หรือ 5 ส่วน จะช่วยช่วยปกปิดต้นแขนไซส์อวบไม่พึงประสงค์ของคุณได้ และทางที่ดีไม่ควรเลือกสีสดใสจนเกินไปนะจ๊ะ สีโทนขรึม หรือสีโทนสบายตาจะช่วยพรางทรวดทรงที่ไม่สวยของคุณได้ดีกว่าจ๊ะ

  • สาวบิ๊กไซส์ที่มีปัญหาก้นไม่กระชับ ก้นใหญ่เกินไปไม่สวยได้รูป ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยกางเกงรัดรูปสีดำ สีเข้มของกางเกงจะช่วยพรางความอวบอิ่มเกินพอดีของก้นคุณได้เป็นอย่างดี แต่หากคุณใส่สีเข้มทั้งเสื้อ และกางเกง ก็จะดูไม่สดใส และเสียบุคคลิกได้ ก็ควรที่จะเลือกใส่เสื้อสีสันสดใสในโทนร้อนนะจ๊ะ

  • สาวอวบที่มีปัญหากับขาที่ไม่ค่อยจะเพรียวสวย ปัญหานี้ใครจะคิดว่ากระโปรงสีโทนอ่อนจะช่วยได้ ลองหากระโปรงที่มีความยาวเลยหัวเข่าซักหน่อย ที่มีสีในโทนอ่อน ๆ เช่น สีขาว สีชมพูอ่อน สีครีม มาใส่ดู คุณอาจนึกไม่ถึงว่าสีอ่อน ๆ เหล่านี้ จะช่วยพรางตาทำให้คุณมีช่วงขาที่แลดูสมส่วนขึ้นมาได้ ยิ่งถ้าเป็นสาวเปรี้ยวซักนิด ลองจับคู่ใส่กับรองเท้าบู๊ตยาวประมาณเข่า ก็จะช่วยบังท่อนขาช่วงล่างของคุณได้อีกด้วย


  • “บุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”

         สำหรับความคิดเห็นที่ว่าบุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ฉันมีความเห็นว่า การที่เรามีบุคลิกที่ดีนั้น ทำให้เราดูแล้วมีความพน้อมในการทำงาน พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหา อุปสรรคอื่นๆที่จะเข้ามาระหว่างการทำงานและยังดูมีความพร้อมต่อการสร้างสัมพันธ์ที่ดีและเป็นมิตรกับผู้อื่นอีกด้วย บุคลิกภาพจึงเป็นเหมือนภาพลักษณ์ภายนอกที่สำคัญ ถือว่าเป็นหน้าตาและกระจกส่องภาพพจน์ของตัวเอง  และเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเวลาพบเจอกันครั้งแรก การสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบให้กับฝ่ายตรงข้าม และการที่จะสร้างความประทับใจได้นั้นส่วนหนึ่งก็มาจากการมีบุคลิกภาพที่ดีเป็นส่วนในการสร้างความสัมพันธ์นั่นเอง
         ซึ่งถือได้ว่าผู้ที่บุคลิกที่ดีนั้น มีต้นทุนที่ดีอยู่แล้วที่จะพบกับความสำเร็จได้โดยง่าย และบุคลิกที่ดีก็เป็นต้นทุนที่ไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องใช้เงิน เป็นต้นทุนที่มีมาตั้งแต่เกิด แต่ก็สามารถฝึกฝนกันได้ตลอดเวลาการที่จะสร้างบุคลิกภาพให้น่าประทับใจนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงก่อนอื่นต้องปรับทัศนคติให้ได้เสียก่อน ว่าต้องการจะมีบุคลิกภาพที่ดี  และต้องมีสติรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ และวางตัวให้เหมาะกับกาลเทศะ ต้องเริ่มตั้งแต่การแต่งตัว การพูดจา การเดิน การนั่ง ไปจนถึงการตรงต่อเวลากันเลยทีเดียว
    การปรับปรุงบุคลิกภาพของเราให้ดีขึ้นนั้น 
    1. การจัดทรงผม
        คงจะเป็นเรื่องแน่ถ้าคุณเดินเข้าห้องประชุม หรือไปพบลูกค้าปรากฏหว่าผมคุณไม่ได้หวี  คุณลองคิดดูว่าฝ่ายตรงข้ามจะคิดอย่างไร? ซึ่งในบางครับคุณอาจเสียลูกค้าไปเลยก็ได้ โดยมีวิธีพัฒนาตัวเองดังนี้ ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งตรวจดูทรงผมว่าเรียบร้อยหรือยัง และจัดทรงผมให้เหมาะสมกับกาลเทศะ โอกาส และบุคลิกภาพของตนเองด้วย
    2. การแต่งกาย
        การแต่งกายด้วยเสื้อผ่าที่หลุดลุ่ย มีกลิ่นเหม็นอับ เสื้อผ้าที่เซ็กซี่เกินไป การแต่งตัวเช่นนี้ทำให้คนอื่นคิดมากไปต่างๆ นาๆ หรือลูกค้าบางคนไม่ชอบก็จะทำให้ไม่ได้อยากพูดคุยด้วยก็เป็นได้ โดยมีแนวทางในการพัฒนาตนเองดังนี้ ควรเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับรูปร่าง และบุคลิกลักษณะของตน โดยดูความเหมาะสมของบุคคลและสถานที่ที่คุณจะไปด้วย นอกจากนี้ควรดูสภาพเสื้อผ้าที่แต่งด้วย คือควรรีดและจัดเสื้อให้เรียบร้อย ที่สำคัญไม่ควรให้ผ้าเหม็นอับหรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
    3. การเดิน นั่ง และยืน
        ลักษณะการเดิน นั่ง และยืน สามารถบอกได้ถึงนิสัยของตัวคุณเองว่าเป็นคนอย่างไร มีอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการเป็นอย่างไร ซึ่งบางคนเดินห่อไหล่ ทำให้ดูไม่มั่นใจในตนเอง ไม่กล้าแสดงออก หลักง่ายๆ ในการเดิน นั่ง และยืนที่ดูดีก็คือ ยืดตัว หน้าตรง เดินแกว่งแขนไปมาเล็กน้อย เพราะการที่เราเดิน นั่ง และยืนถูกลักษณะนอกจากจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตนเองแล้วยังมีผลต่อสุขภาพของคุณเองอีกด้วย
    4. การใช้สายตา และแววตา
        สายตาและแววตาที่แสดงออกมานั้นสามารถเป็นสิ่งดึงดูดใจผู้อื่นได้ แต่บางคนมีแววตาเศร้าหมอง สีหน้าอิดโรย ดูเหมือนคนไม่ได้นอน หรือเจอเจ้านายหรือลูกน้องด้วยแล้วจะทำให้บริษัทของคุณดูเงียบขรึมไปในทันที หรือบางคนเวลาที่เราคุยด้วยสายตาจะไปมองที่อื่น โดยคุณสามารถพัฒนาเริ่มจากตัวเองได้ดังนี้ การคุยกับผู้อื่นต้องสบตาเราต้องสบตาด้วยตลอด ไม่หลบหรือหลีกเลี่ยงการปะทะสายตา แต่การสบสายตานั้นไม่ใช่การจ้องแบบเอาเลือดเอาเนื้อ ควรเป็นการแสดงออกด้วยความรู้สึกเอาใจใส่ และความปรารถนาที่อยากจะพูดคุยด้วย รวมถึงมีแววตาที่เต็มใจให้ความช่วยเหลือ ความเป็นกันเอง และความร่วมมือต่างๆ ดังนั้นการนอนหลับพักผ่อน การดูแลสุขภาพของตนเองนั้นจะทำให้คุณมีสภาพจิตใจที่ดี และมีแววตาที่ดี สดใส และแจ่มใสอยู่เสมอ
    5.การใช้คำพูด และน้ำเสียง
         การใช้คำพูด และน้ำเสียงนั้นมีความสำคัญยิ่งกว่าสายตาที่จ้องมองคู่สนทนาซะอีก เพราะการใช้น้ำเสียง และคำพูดที่ไม่ถูกกาลเทศะจะทำให้ความหมายที่สื่อออกมาผิด ยิ่งเป็นคนที่ไม่สุภาพด้วยแล้ว จะทำให้คนอื่นมองเราเป็นคนก้าวร้าว สักแต่ว่าจะพูด โดยคุณสามารถพัฒนาตัวเองได้ดังนี้ นิ่งเงียบ ใช้สถานการณ์ของการเงียบสยบความรู้สึก เพราะการที่ไม่พูดจะดีกว่าพูดออกมา แต่ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ก็ให้เลือกใช้คำพูดแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่นจะดีกว่า คือ หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่ดูถูกดูหมิ่น เหน็บแนม หรือใช้คำพูดก้าวร้าว
    6. การแสดงพฤติกรรมอื่นๆ ที่ไม่ธรรมดา
        การแสดงพฤติกรรมอื่นๆ เช่น การเอามือล้วงกระเป๋า ผิวปาก หรือยักคิ้ว ยักไหล่ เวลาพูดคุยกับคนอื่น หรือแสดงพฤติกรรมอื่นๆ ที่แปลกไปจากคนอื่น เพราะจะทำให้ดูเสียบุคลิกภาพ เสียภาพลักษณ์ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือต่อผู้พบเห็น ซึ่งสามารถพัฒนาตนเองได้ดังนี้ ให้สังเกตว่าตัวคุณมีพฤติกรรมแปลกไปจากคนอื่นหรือไม่ รวมถึงการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ควรต่อว่าหรือแสดงความโกรธเคืองหากมีคนตักเตือนหรือบอกกล่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของตนที่ไม่ควรทำ ซึ่งอาจจะเป็นนิสัยที่คุณทำจนชินจนรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นอะไร อาจจะใช้เวลาในการปรับตัวบ้างก็แล้วแต่ตัวบุคคลว่าควบคุมตัวเองได้มากเท่าไหร่
    ที่มา :
     

    วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

    ความรู้และประสบการณ์ที่สั่​งสมมาตั้งแต่ครั้งแรกถึงปัจ​จุบัน

     "เมื่อได้เรียนสิ่งสนใจ แล้วจะ สนใจเมื่อได้เรียน"         ตั้งแต่ฉันเริ่มได้เรียนวิชา ออกแบบและนำเสนออย่างสร้างสรรค์ ฉันได้รับความรู้มากมายจากสิ่งที่เรียน ได้รู้พื้นฐานความคิดของตัวเองว่าอยู่ในระดับไหน เพิ่มทักษะในการสื่อสารของฉันให้มากขึ้นจากเดิม  ได้รู้ความหมายของการสื่อสาร รู้หลักจิตวิทยาในการสื่อสาร สิ่งที่อาจารย์ถ่ายทอดมามันก็ได้มาต่อเติม ทักษะความรู้ ในการนำเสนอสื่อต่างๆที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน และในอนาคตอย่างมาก
    เพราะในบางครั้งเมื่อได้เห็นสื่อต่างๆ ที่อาจารย์นำมาให้ฉีนฝึกคิดวิเคราะห์ว่าเขาต้องการสื่อสารอะไรกับเรา ต้องบอกเลยว่าบางครั้งคิดลึกไป บางครั้งคิดตื้นไป แม้ว่าฉันนั้นอาจจะเคยผ่านการอบรม หรือแข่งขันในด้านการผลิตสื่อโปสเตอร์มาแล้ว แต่วิชานี้ได้มาเติมความรู้ให้กับฉันอย่างมาก และฉันก็จะกลายเป็นแก้วที่มีสามารถจะรับน้ำที่เติมลงมาได้เสมอ... ขอบคุณค่ะที่ทำให้พวกเราฉลาดขึ้น:)

    วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

    Creative My Dream

       เคยถามตัวเองบ้างหรือป่าวว่า อยากจะทำอะไร อยากเป็นอะไร ฉันเชื่อว่าเราทุกคนย่อมมีความฝันกันทั้งนั้น เพราะคนเรา"มีสิทธิ์ที่จะฝัน"
       ในตอนเด็กฉันเป็นคนหนึ่งที่มีความฝันหลายอย่างมากมาย อยากเป็นนักร้องบ้าง ครูบ้าง ผู้ประกาศข่าวบ้าง ฯลฯ
    หรือแม้กระทั่ง มอเตอร์ไซด์รับจ้าง!!!!  จนวันหนึ่งเมื่อนั่งคิดไปคิดมาดูแล้วก็พออีกความฝนหนึ่งมีประกายเข้ามาในจินตนาการของฉัน ความฝันนั้นก็คือ อาชีพฝ่ายประชาสัมพันธ์ อาชีพนี้เปนอาชีพที่ตองใช้ความสร้างสรรค์ของหัวสมองเป็นอย่างมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสื่อต่างๆ ด้านการประชาสัมพันธ์เรื่องต่างๆให้แก่ลูกค้า ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน ซึ่งตอนนี้ฉันก็ได้เริ่มฝึกไต่เต้ามาซักระยะหนึ่งแล้วเพราะฉันได้เรียนในวิชาการออกแบบและนำเสนออย่างสร้างสรรค์ ซึ่งได้ฝึกเกี่ยวกับการคิด การตีความของสื่อโฆษณาต่างๆ ได้ออกแบบ และสามารถที่จะนำเสนอได้ วิชานี้จึงเป็นวิชาที่มาช่วยต่อยอดและเติมเต็มความฝันของฉันได้ และฉันจะอยู่กับสิ่งที่มีเพื่อทำสิ่งที่ฝันให้กลายเป็นจริง